แผนที่ดาวเทียม
สายตรง อบต.
ร้องทุกข์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล
กฏหมายระเบียบเกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ชมรมธุรการ
ชมรมจัดเก็บรายได้
กลุ่มเพื่อนข้าราชการท้องถิ่น
สมาพันธ์ปลัด
พระเครื่องท่าพระจันทร์
ข้อมูลราคากลางจาก โยธาไทย
หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ระบบศูนย์ข้อมูลเลือกตั้ง
ระบบสารสนเทศเพื่อการวางแผนและประเมินผลการใช้จ่ายงบประมาณ
แผนการอบรมหลักสูตรคอมพิวเตอร์
กฏหมาย ระเบียบ และมติ ก.กลาง
ระบบบันทึกบัญชี อปท.
yotathai.net
บริการขอสระน้ำกรมที่ดินฯ
www.nakhonkorat.com

 
ลักษณะทางสังคม
  การศึกษา
 
     ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก           2        แห่ง   
 
 

-     ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโรงเรียนวัดนนทรีย์
-     ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโรงเรียนวัดโคก

 
       โรงเรียนประถมศึกษา       2        แห่ง
 
 

-    โรงเรียนวัดนนทรีย์ ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 
-    โรงเรียนวัดโคก     ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 

 
       โรงเรียนมัธยมศึกษา          -         แห่ง
       ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน          1        แห่ง  ตั้งอยู่หมู่ที่ 4
       ที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้าน  12      แห่ง 
   
  สถาบัน และองค์กรทางศาสนา 
       วัด/สำนักสงฆ์                3        แห่ง   
 
 

- วัดนนทรีย์                                
- วัดโคก                                      
- วัดโพธิ์ร้าง                               
- ศูนย์อบรมเยาวชนพระนครศรีอยุธยา    

ตั้งอยู่หมู่ที่ 8
ตั้งอยู่หมู่ที่ 4
ตั้งอยู่หมู่ที่ 1
ตั้งอยู่หมู่ที่ 12

   
  สาธารณสุข
 
 

- โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลพุทเลา
- อัตราการมีและใช้ส้วมราดน้ำ               
- ศูนย์สาธารณสุขมูลฐาน    

จำนวน         1       แห่ง
จำนวน 886       ครัวเรือน (ร้อยละ 100)
จำนวน           12         แห่ง

   
  ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 
 
 

- อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน    62      คน
- ชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน               40      คน

 

   
  ศูนย์อบรมเยาวชนพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่หมู่ที่ 12
   
  ศักยภาพของชุมชน และพื้นที่
        จุดเด่นของพื้นที่  ( ที่เอื้อต่อการพัฒนาตำบล )ตำบลพุทเลามีพื้นที่ติดกับถนนสายหลัก คือสายบางปะหัน – ปทุมธานี  ซึ่งเป็นเส้นทางที่สามารถเดินทางสู่ตัวอำเภอบางปะหัน ตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา  กรุงเทพมหานคร และจังหวัดอื่น ๆ ได้สะดวก ประกอบกับเป็นพื้นที่
ที่มีศาสนสถานที่สำคัญ จำนวน ๒แห่ง คือ
 

      วัดนนทรีย์ เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี สร้างเมื่อ พ.ศ. 2300 และได้วิสุงคามสีมา เมื่อปี พ.ศ.2310 การสร้างวัดนนทรีย์นั้นไม่ปรากฏนามผู้สร้าง โดยวัดดังกล่าวมีชื่อปรากฎในพงศาวดารสมัยพระบรมราชาที่ 3 (พระที่นั่งสุริยาสอัมรินทร์)
ดังความตอนหนึ่งว่า “ ครั้นแล้วกองทัพพม่ายกมาจากเมืองสุพรรณบุรียกมาตามท้องทุ่ง พบกองทัพไทยตั้งค่าย รายรับตามตำบล ลำน้ำ เอกราชเป็นหลายค่าย ก็ขับพลทหารข้ามน้ำแยกออกเป็นหลายกองเข้าตีค่ายไทยทุก ๆ ค่ายได้รบกันเป็นสามารถ พลทัพไทยฝืมืออ่อน สู่พม่ามิได้ก็แตกฉาน
ทิ้งค่ายเสียทุกค่าย พ่ายหนีกระจัดพรัดพรายไม่เป็นหมวดกอง และเจ้าพระยามหาเสนา(พระอภัยราชา) แม่ทัพไทยนั้น ขึ้นช้างหนีมาถึงทุ่งวัดนนทรีย์ ทัพพม่าควบไล่ตามมาทัน พุ่งด้วยหอกซัดตายตกจากหลังช้างและพระยายมราชก็ต้องหอกซัดไปหลายแห่งหนีมาถึงพระนคร” นอกจากนี้แล้ว
พระประธานในโบสถ์เดิมเป็นพระประธานในโบสถ์ของวัดแหลมดุสิต หรือวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามปัจจุบัน

 

      วัดโคก เป็นวัดเก่าแก่ทีมีประวัติอันยาวนาน พระอุโบสถวัดเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อเกตุแก้วพิกุลทอง พระประธานในวัดโคกนั้นเป็นที่ยอมรับกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์  จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวมากราบไหว้ขอพรเป็นจำนวนมาก ทางวัดได้ติดต่อกรมศิลปากรมาทำการบูรณปฏิสังขรณ์พระอุโบสถเดิม ซึ่งมีสภาพทรุดโทรม โดยได้รับการสนับสนุนจากประชาชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญและร่วมปรับปรุงกันจนแล้วเสร็จเป็นพระอุโบสถที่มีความสวยงาม

 

      วัดโพธิ์ร้าง หรือค่ายโพธิ์สามต้น ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ของ ต.พุทเลา และ ต.โพธิ์สามต้น    อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นรอยต่อของสองตำบล  ริมแม่น้ำโพธิ์สามต้นที่ไหลมารวมกับแม่น้ำลพบุรีที่บริเวณหัวรอซึ่งอยู่ทางด้านทิศเหนือของเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา
ในประวัติศาสตร์เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้อยู่ห่างจากกรุงศรีอยุธยาประมาณ  6 กม.จึงเป็นพื้นที่ที่อยู่ในเส้นทางเดินทัพของข้าศึกที่เข้าตีกรุงศรีอยุธยา ตลอดมา เมื่อ พ.ศ.2091  พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้นำทัพหลวง  เสด็จยกทัพมาตั้งค่ายหลวง ณ ทุ่งพุทเลา ทรงช้างพระที่นั่งกระโจมทอง  นำกำลังกองหลวงข้าม โพธิ์สามต้น  มาตามทุ่งเพนียด และตั้งค่าย ณ วัดสามวิหาร  เตรียมเข้าตีกรุงศรีอยุธยา พ.ศ.2290  พระยารามัญสามคนคือ พระยาราม พระยากลางเมืองและพระยาน้อยวันดีพร้อมครอบครัวมอญประมาณสี่ร้อยเศษหนีภัยสงครามเข้ามาพึ่งบรมโพธิสมภารเจ้าอยู่หัว แห่งกรุงศรีอยุธยา และทรงตรัสสั่งให้ครอบครัวมอญเหล่านี้ไปอยู่ที่ชุมชน โพธิ์สามต้น พ.ศ.2309  ก่อนเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งทิ่ 2พระเจ้ามังระกษัตริย์พม่า ได้ส่งแม่ทัพพม่า 2 คน คือ เนเมียวสีหบดี  และ มังมหานรธาเข้าตีกรุงศรีอยุธยาทุกๆ ด้าน กองทัพของเนเมียวสีหบดียกกองทัพเข้ามาตั้ง “ค่ายใหญ่ที่โพธิ์สามต้น” ส่วนกองทัพมังมหานรธาตั้งค่ายที่บ้านสีกุก อยู่ทางด้านตะวันตก หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยา พ.ศ.2310 แล้ว " ค่ายโพธิ์สามต้น " ถือว่าเป็นกองบัญชาการใหญ่ของพม่าที่ควบคุมดูแลกรุงศรีอยุธยา พร้อมกับเป็นสถานที่รวบรวมเชลยศึกคนไทยและทรัพย์สินต่าง ๆ เพื่อส่งไปพม่า โดยมีสุกี้พระนายกอง เป็นแม่ทัพอยู่ที่ ค่ายโพธิ์สามต้น สุกี้พระนายกอง หรือ สุกี้ เดิมชื่อนายทองสุก เป็นชาวไทยเชื้อสายมอญ มีถิ่นฐานอยู่ ณ บ้านโพธิ์สามต้น   ระหว่างสงครามคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง นายทองสุกเข้าเป็นฝ่ายพม่าช่วยทำการรบอย่างแข็งขัน จนเนเมียวสีหบดีตั้งให้เป็นตำแหน่งสุกี้และให้เป็นนายทัพคุมพลมอญและพม่าที่ค่ายโพธิ์สามต้น คอยสืบจับผู้คนและทรัพย์สินสิ่งของต่าง ๆ ส่งไปพม่า....นายทองสุกหรือสุกี้พระนายกองได้สิ้นชีวิตในที่รบที่ค่ายโพธิ์สามต้น เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากยกทัพมายึดค่ายโพธิ์สามต้นเพื่อกอบกู้อิสรภาพ
ต่อมาเมื่อพระเจ้าตากสินมหาราชทรงรวบรวมกำลังคน  ยกกองทัพเรือจากเมืองจันทบุรี  เข้าตีเมืองธนบุรีได้แล้ว ก็ยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา โดยเข้าตียึดค่ายโพธิ์สามต้น  คืนจากพม่า    ขณะนั้นมีคนและทรัพย์สมบัติที่สุกี้ยังมิได้ส่งไปพม่า จึงรวบรวมเก็บรักษาไว้ใน ค่ายโพธิ์สามต้น  และเมื่อพระองค์ทรงสำรวจดูสภาพกรุงศรีอยุธยาแล้วทรงเห็นว่ากรุงศรีอยุธยาเสียหายเกินกว่าจะปฏิสังขรณ์ได้ จึงโปรดให้ไปตั้งราชธานีใหม่ที่กรุงธนบุรี